

อธิบดีกรมสวัสดิฯ หามาตรฐานกลางดูแลความปลอดภัยในการทำงานผู้ใช้แรงงาน AEC
หามาตรฐานกลางดูแล'ความปลอดภัยในการทำงาน'ผู้ใช้แรงงาน เออีซี : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : อาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ใส่ใจ "ความปลอดภัยในการทำงาน" ของผู้ใช้แรงงาน รวมทั้งหามาตรการกลาง "บาลานสกอร์การ์ด" เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการดูแลความปอลดภัยของผู้ใช้แรงงานในประเทศสมาชิกอาเซียน นอกจากนี้ตั้งเป้าลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานลงปีละ 2% พร้อมเร่งรัดยกร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 ให้ครอบคลุมและรัดกุมที่สุด
อาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการบริหารกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อลดอุบัติเหตุจากการทำงานอย่างยั่งยืนว่า กรมจะดูแลด้านความปลอดภัยในการทำงานของผู้ใช้แรงงาน ภายใต้ พ.ร.บ.ความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ.2554 โดยไม่แยกว่า เป็นแรงงานประเภทไหน รวมถึงต่างด้าวด้วย โดยเฉพาะอีก 2 ปีข้างหน้า ที่จะเข้าสู่การเปิดเสรีการค้าอาเซียน (เออีซี) กรมต้องเตรียมความพร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงทางด้านแรงงานด้วย
"ประเทศไทยประชุมหารือร่วมกับประเทศในกลุ่มเออีซี เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องแรงงาน ซึ่งเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา กรมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อหารือร่วมกันด้านแรงงาน ซึ่งมีการประชุมทุกปี และเชิญ 3 ประเทศที่มีความพร้อมทางด้านความปลอดภัยในการทำงาน ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี มาเป็นผู้สังเกตการณ์ ปีนี้ประเทศไทยรับผิดชอบด้านสื่อประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยในการทำงาน นอกจากนี้ไทยได้เสนอให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนจัดกิจกรรมเชื่อมโยงยุทธศาสตร์เข้ากับการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน หรือ บาลานซ์สกอร์การ์ด ให้เป็นรูปธรรมด้วย"
การทำบาลานซ์สกอร์การ์ด คือ การหาข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการทำงานร่วมกัน เช่น กำหนดตัวเลขอันตรายจากการทำงาน เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน หากมีการไปทำงานในประเทศสมาชิกอาเซียน จะได้ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยมีประเทศไทยเป็นผู้กำหนดรายละเอียดต่างๆ ที่จำเป็นในเรื่องการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน เช่น จำนวนอุบัติเหตุที่เกิดจากการทำงาน การหยุดงานที่เกิดจากการเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น จากนั้นจะนำไปหารือร่วมกันเพื่อหาข้อยุติที่ชัดเจนอีกครั้ง
ทางด้านสวัสดิการของแรงงาน ณ ปัจจุบัน มีสถานประกอบการประมาณ 4 แสนกว่าแห่ง มีลูกจ้างคนไทยประมาณ 10 ล้านกว่าคน และแรงงานต่างด้าวประมาณ 2 ล้านคน มีเจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยในการทำงานประมาณ 200 คนทั่วประเทศ แต่ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน กรมได้ทำเรื่องขออัตรากำลังคนอีก 300 คน เสนอไปยังรัฐบาล อยู่ระหว่างการพิจารณา เรื่องที่ได้รับการร้องเรียนส่วนใหญ่เป็นเรื่องสภาพแวดล้อมทั่วไปในสถานที่ประกอบการที่ไม่ปลอดภัยในการทำงาน ความไม่เข้าใจระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ซึ่งต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปอธิบาย ไปชี้แจงให้เข้าใจตรงกัน
สำหรับ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 อธิบดีกรมส่งเสริมและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ยังต้องมีการพิจารณายกร่างอีกหลายฉบับหลายเรื่อง เช่น การทำงานก่อสร้าง การทำงานที่เสี่ยงอันตราย เพื่อให้ออกเป็นกฎหมายลูกที่สมบูรณ์ มีบทลงโทษสูงสุดสำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ไม่ต่ำกว่า 4 แสนบาท มีการแบ่งนายจ้างออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสถานประกอบการที่ได้มาตรฐาน เป็นกลุ่มที่มีความพร้อมในการทำงาานมากที่สุด กลุ่มสถานประกอบการระดับกลาง ที่มีความรู้ด้านกฎหมายแรงงานไม่มากนัก ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปให้ความรู้ด้านกฎหมายเพิ่มเติม และกลุ่มที่ทำความผิดด้านความปลอดภัยในการทำงานบ่อยครั้ง กลุ่มนี้ต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ตักเตือนอย่างเข้มงวด และให้ความรู้การบังคับใช้ข้อกฎหมายอย่างจริงจัง หรือเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เช่น สถานประกอบการที่ใช้สารเคมีจำนวนมาก มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอันตราย เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ
"การเร่งรัดการบังคับใช้ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 มีการเข้มงวดในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ปีนี้มีการดำเนินการปรับนายจ้างที่ไม่ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ.2554 ไปแล้ว จำนวน 240 ราย เป็นเงินค่าปรับประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นนโยบายที่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงานเน้นย้ำอย่างมาก นายจ้างส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจทำผิดกฎหมาย แต่อาจจะมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายเหล่านี้น้อยไป จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยในการทำงานลงไปตรวจสอบ และให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่นายจ้าง"
อธิบดีอาทิตย์ ยกตัวอย่างมาตราสำคัญใน พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 ให้ฟังว่า มาตรา 24 ที่กำหนดให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นกรรมการ กับผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายละ 8 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน รวมทั้งชุดจำนวน 29 คน ทำหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารของกระทรวงแรงงาน ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีลงมา เช่น ให้คำปรึกษาการออกกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ทำงานในที่สูง มีความเสี่ยงสูง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ทำหน้าที่ดูแลด้านความปลอดภัยในแต่ละจังหวัด และนำเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อหามาตรการดูแลความปลอดภัยในการทำงานร่วมกัน
ส่วน มาตรา 14 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในสภาพการทำงานหรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพอนามัย ให้นายจ้างแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน และแจกคู่มือปฏิบัติงานให้ลูกจ้างทุกคน ก่อนที่ลูกจ้างจะเข้าทำงาน เปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนสถานที่ทำงาน มาตรานี้ถือเป็นหน้าที่ของนายจ้างที่ต้องใส่ใจลูกจ้าง ต้องเน้นถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน หรือจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายในการทำงานให้แก่ลูกจ้างสวมใส่ขณะทำงาน ขั้นตอนการทำงาน การย้ายสถานที่ทำงานของลูกจ้าง เป็นหน้าที่ของนายจ้างที่จะต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบจนกระจ่างทุกครั้ง เช่น ช่างซ่อมบำรุง ช่างก่อสร้าง ส่วนงานที่ต้องทำงานกับเครื่องจักรอันตราย เป็นต้น
อีกมาตราที่มีความสำคัญ คือ มาตรา 16 ให้นายจ้างจัดให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน อย่างน้อย 12 ชั่วโมง เพื่อให้บริหารจัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานได้อย่างปลอดภัย ในกรณีที่นายจ้างรับลูกจ้างเข้าทำงาน เปลี่ยนงาน เปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ซึ่งอาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพอนามัย ให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมลูกจ้างทุกคนก่อนการเริ่มทำงาน เป็นหลักสูตร 1-2 วัน แล้วแต่ความเหมาะสม
ทำงาน หัวหน้างาน หรือผู้บริหาร และให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หัวหน้างาน หรือผู้บริหาร แจ้งเป็นหนังสือต่อนายจ้างโดยไม่ชักช้า
อธิบดีกรมส่งเสริมและคุ้มครองแรงงาน กรมตั้งเป้าการลดจำนวนอุบัติเหตุจากการทำงานว่า ตั้งเป้าไว้ที่จะลดลงปีละประมาณ 2% เพราะถือเป็นตัวชี้วัดในการทำงานของกรมตัวหนึ่ง นอกจากนี้ยังมี กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน มีปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานกองทุน ตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ 2 ประการ ได้แก่ โครงการส่งเสริมความปอลดภัยของลูกจ้าง และโครงการสนับสนุนกิจกรรมของนายจ้าง เพื่อให้นายจ้างกู้เงินไปปรับปรุงการทำงานให้ปลอดภัย โดยกองทุนนี้รัฐบาลมอบเงินให้ 80 ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งมาจากกองทุนประกันสังคม และอีกส่วนหนึ่งมาจากค่าปรับสถานประกอบการที่ทำผิดกฎหมาย
"ขอฝากถึงผู้ใช้แรงงานด้วยว่า หากพบว่าสถานประกอบการใดไม่มีความปลอดภัยในการทำงาน หรือเข้าข่ายทำผิดกฎหมาย ให้แจ้งไปทำกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สายด่วนผู้ใช้แรงงาน 1546 ทางกรมจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงานทันที"
รถยก (Fork Lift)

เนื้อหาในการอบรม
- > สอบ Pre test
> ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรถยก
> กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการใช้รถยก
> อุปกรณ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยของรถยก
> พิกัดน้ำหนักยกสูงสุด
> บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ขับรถยก
> การประเมินความเสี่ยงในการใช้รถยก
> การตรวจเช็คก่อนการใช้งาน
> การตรวจเช็คเชิงป้องกัน
> อุบัติเหตุเกี่ยวกับการใช้รถยก
> สอบ Post test
> สอบภาคปฏิบัติ
หากท่านมีความสนใจ ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมที่
> email : admin@asiacranesafety.com
> Tel : 091-7816322, 062-3301789
#ReachStackerTraining
#TopLiftContainer
#ForkLiftTraining
#AsiaCraneSafety
#HeavyInspector
ภาพกิจกรรม






